คลังเก็บผู้เขียน: MR. Arms

หลักเกณฑ์การขอ วีซ่าทำงาน (Work Visa)

วีซ่าทำงาน

จากบทความที่แล้วเราได้ อธิบายเกี่ยวกับ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit)หรือ วีซ่าทำงาน (Work VIsa)ในเบื้องต้นไปแล้ว ต่อไปเราจะมาดูในส่วนของหลักเกณฑ์ในการขอรับ ใบอนุญาตทำงานกันบ้าง

1.จากที่กล่าวไปในบทความที่แล้ว หากชาวต่างชาติมีความประสงค์จะเข้ามาในราชอาณาจักรไทย ไม่ว่าจะเข้ามาเพื่อ ทำธุรกิจ หรือ เข้ามาทำงานก็ตาม จำเป็นจะต้องขอ ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หรือที่มักเรียกกันว่า วีซ่าทำงาน (Work Visa) นั่นเอง ซึ่งก่อนอื่นชาวต่างชาตินั้นจะต้องทำ Non-Immigrant Visa B เสียก่อน จึงจะสามารถขอ วีซ่าทำงานได้

2.การขอ วีซ่าทำงาน นั้นชาวต่างชาติจะต้องมีคุณลักษณะดังต่อไปนี้คือ

2.1 จะต้องมีความรู้ ความสามารถในการทำงาน ในตำแหน่งที่ขออนุญาติ

2.2 จะต้องไม่บุคคลวิกลจริต หรือ มีจิตฟั่นเฟืองไม่สมประกอบ

2.3 จะไม่ต้องไม่เจ็บป่วยเป็นโรคดังต่อไปนี้

2.3.1 โรคเรื้อน

2.3.2 วัณโรคในระยะอันตราย

2.3.3 โรคเท้าช้างในระยะปรากฎอาการอันเป็นที่รังเกียจแก่สังคม

2.3.4 โรคติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง

2.3.5 โรคพิษสุราเรื้อรัง

2.3.6 โรคซิฟิลิสในระยะที่ 3

 

วีซ่าทำงาน

3. ชาวต่างชาตินั้นต้องไม่ทำงานตามพระราชกฤษฎีกาทำหนดงานในอาชีพและวีชาชีพที่ห้ามคนต่างด้าวทำ พ.ศ. 2522 จำนวน 39 อาชีพ ดังนี้

 

1. งานกรรมกร
2. งานกสิกรรรม งานเลี้ยงสัตว์ งานป่าไม้ หรืองานประมง ยกเว้นงานที่ใช้ความชำนาญ งานเฉพาะสาขา หรืองานงานควบคุมดูแลฟาร์ม
3. งานก่ออิฐ งานช่างไม้ หรืองานก่อสร้างอื่น
4. งานแกะสลักไม้
5. งานขับขี่ยานยนต์ หรืองานขับขี่ยานพาหนะที่ไม่ใช้เครื่องจักรหรือเครื่องกล ยกเว้นงานขับขี่เครื่องบินระหว่างประเทศ
6. งานขายของหน้าร้าน
7. งานขายทอดตลาด
8. งานควบคุม ตรวจสอบหรือให้บริการบัญชี ยกเว้น งานตรวจสอบภายในชั่วคราว
9. งานเจียระไน หรือขัดเพชรหรือพลอย
10. งานตัดผม งานดัดผม หรืองานเสริมสวย
11. งานทอผ้าด้วยมือ
12. งานทอเสื่อ หรืองานทำเครื่องใช้ด้วยกก หวาย ปอ ฟาง หรือเยื่อไม้ไผ่
13. งานทำกระดาษสาด้วยมือ
14. งานทำเครื่องเขิน
15. งานทำเครื่องดนตรีไทย
16. งานทำเครื่องถม
17. งานทำเครื่องทอง เครื่องเงิน หรือเครื่องนาก
18. งานทำเครื่องลงหิน
19. งานทำตุ๊กตาไทย
20. งานทำที่นอนผ้าห่มนวม
21. งานทำบัตร
22. งานทำผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมด้วยมือ
23. งานทำพระพุทธรูป
24. งานทำมีด
25. งานทำร่มด้วยกระดาษหรือผ้า
26. งานทำรองเท้า
27. งานทำหมวก
28. งานนายหน้า หรืองานตัวแทน ยกเว้น งานนายหน้าหรืองานตัวแทนในธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ
29. งานในวิชาชีพวิศวกรรม สาขาวิศวกรรมโยธา ที่เกี่ยวกับงานออกแบบและคำนวณ จัดระบบ วิจัย วางโครงการ ทดสอบ ควบคุมการก่อสร้าง หรือให้คำแนะนำ ทั้งนี้ไม่รวมที่ต้องใช้ความชำนาญพิเศษ
30. งานในวิชาชีพสถาปัตยกรรมที่เกี่ยวกับงานออกแบบเขียนแบบ ประมาณราคา อำนวยการก่อสร้างหรือให้คำแนะนำ
31. งานประดิษฐ์เครื่องแต่งกาย
32. งานปั้นหรือทำเครื่องปั้นดินเผา
33. งานมวนบุหรี่ด้วยมือ
34. งานมัคคุเทศก์ หรืองานจัดนำเที่ยว
35. งานเร่ขายสินค้า
36. งานเรียงตัวพิมพ์อักษรไทยด้วยมือ
37. งานสาวและบิดเกลียวไหมด้วยมือ
38. งานเสมียนพนักงานหรืองานเลขานุการ
39. งานให้บริการทางกฎหมายหรืออรรถคดี

(ตามมติคณะรัฐมนตรี ผ่อนผันให้แรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ (พม่า ลาว และกัมพูชา)
ทำงานได้ 2 อาชีพ คือ 1. งานกรรมกร และ 2. งานบ้าน)

(ที่มา http://www.mol.go.th/en/node/3949)

4. ในการพิจารณาออก วีซ่าทำงาน นั้น คำนึงถึงหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

4.1  ความมมั่นคงภายในราชอาณาจักร

4.2  โอกาสในการประกอบอาชีพของคนไทย และความต้องการแรงงานต่างด้าวที่จำเป็นต่อการพัฒนาประเทศ

4.3 ประโยชน์จากการอนุญาตให้คนต่างด้าวทำงานในตำแหน่งนั้น

5. การกำหนดจำนวนพิจารณาออก วีซ่าทำงาน

5.1 บริษัทของนายจ้างของชาวต่างชาติจะต้องทุนจนทะเบียนไม่น้อยกว่า 2 ล้านบาท หรือ จดทะเบียนนิติบุคคลในต่างประเทศและนำเงินจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนไม่ตำกว่า 3 ล้านบาท ทั้ง 2 กรณีจะออก วีซ่าทำงาน ให้แก่ชาวต่างชาติได้ 1 คน และเพิ่มได้อีก 1 คน ทุกๆทุนจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท และ 3 ล้านบาท แล้วแต่กรณี แต่มีขอยกเว้นคือ หากชาวต่างชาติมีคู่สมรสเป็นคนไทย และ จดทะเบียนสมรส โดยถูกต้องตามกฎหมายขนาดของทุนจดทะเบียนจะลดลง ครึ่งนึง ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 10 คน หรือ

5.2  การออก วีซ่าทำงาน ให้คนต่างชาติทำงานกับนายจ้าง หรือ สถานประกอบการดังต่อไปนี้ จำนวนของการออก วีซ่าทำงาน ให้เป็นไปตามความเหมาะสม

  • ดำเนินธุรกิจส่งออกสินค้าไปต่างประเทศและนำเงินตราต่างประเทศเข้ามาในราชแาณาจักรไทยไม่น้อยกว่า 30 ล้านบาทขึ้นไป ในปีที่ผ่านมา หรือ
  • ดำเนินธุรกิจท่องเที่ยว ซึ่งนำชาวต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไม่น้อยกว่า 5000 คน ในรอบปีที่ผ่านมา หรือ
  • สถานประกอบการมีการจ้างงานคนไทยไม่น้อยกว่า 100 คน หรือ
  • เป็นงานที่ใช้เทคโนโลยีซึ่งคนไทยทำไม่ได้ หรือ ใช้ความรู้ความชำนาญเฉพาะทางเพื่อให้งานสำเร็จภายใต้โครงการที่มีระยะเวลาแน่นอน หรือ
  • สถานประกอบการชำระเงินได้ให้แก่รัฐในรอบปีที่ผ่านมาไม่น้อยกว่า 3 ล้านบาท หรือ
  • หน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และองค์การมหาชนตามกฎหมายว่าด้วยองค์การมหาชน หรือคนต่างด้าวตามที่มีหนังสือรับรองจากหน่วยงานดังกล่าว หรือ
  • สถาบันการศึกษาของเอกชน ซึ่งมีหนังสือแต่งตั้งให้เป็นครู ผู้สอย บุคลากรทางการศึกษาตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชน กฎหมายว่าด้วยสถาบันอุดมศึกษาเอกชน หรือ
  • มูลนิธิ สมาคม หรือองค์กรอื่นที่มีวัตถุประสงค์ไม่แสวงกำไรในทางเศรษฐกิจหรือเป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยส่วนร่วม
  • ธุรกิจบันเทิง มหสพ ดนตรี ซึ่งมีลักษณะการจ้างงานเป็นครั้งคราวมีระยะเวลากำหนดไว้แน่นอน หรือ
  • อื่นๆ ตามที่กำหนดไว้ในระเบียบกรมการจัดหางานว่าด้วยหลักเกณฆ์การพิจารณาอนุญาตการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ. 2552

6. อายุของ วีซ่าทำงาน พิจารณาอนุญาตให้ตามความจำเป็นของงานหรือตามที่ขอ ทั้งนี้ต้องไม่เกิน 2 ปีต่อครั้ง

7. การต่ออายุ วีซ่าทำงาน ชาวต่างชาติผู้รับ วีซ่าทำงาน หากประสงค์จะทำงานนั้นต่อไปนั้น ต้องไปขอต่ออายุวีซ่าจากสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองก่อน แล้วจึงให้ยื่นคำขอต่ออายุ ใบอนุญาติทำงาน ทั้งนี้ต้องยื่นแบบคำขอก่อนสิ้นอายุการอนุญาต ทั้งนี้ วีซ่าทำงาน ที่สิ้นอายุแล้วไม่สามารถต่ออายุได้

8. การเปลี่ยนหรือเพิ่ม การทำงาน สถานที่ และท้องที่ในการทำงาน คนต่างชาติผู้ถือ วีซ่าทำงาน ที่ยังคงทำงานกับนายจ้างหรือสถานประกอบการที่อนุญาตไว้เดิม หากมีความประสงค์ดังที่กล่าวมาข้างตน ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบ

9. การเปลี่ยนนายจ้างหรือสถานประกอบการ คนต่างด้าวต้องไปติดต่อสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองเพื่อลงตรา  Visa ให้พ้นจากหน้าที่เดิม และขออยู่ต่อในราชอาณาจักรอีก 7 วัน หรือ เดินทางออกไปนอกราชอาณาจักรไปขอ Non-Immigrant Visa ใหม่จาก สถานทูตไทยประจำต่างประเทศ แล้วจึงยื่นขอ ใบอนุญาตทำงาน ใหม่ ตามแบบเพื่อทำงานกับนายจ้างหรือสถานประกอบการใหม่นั้นๆ ก่อน Visa หมดอายุ

10. คนต่างชาติผู้ถือ วีซ่าทำงาน ผู้ประสงค์ที่จะ เปลี่ยนแปลง ชื่อหรือนามสกุล สัญชาติ ลายมือชื่อ การย้ายที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าว ชื่อสถานประกอบการ รายละเอียดของสถานประกอบการตามประกาศของทางราชการ และการเปลี่ยนหรือเพิ่มประเภทธุรกิจ ให้ยื่น คำร้องขอแก้ไขเปลี่ยนแปลงรายการในใบอนุญาต

11. กรณี วีซ่าทำงาน เดิมชำรุดในสาระสำคัญ หรือ สูญหาย ให้ยื่นคำขอรับใบแทน วีซ่าทำงาน ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ทราบการชำรุดหรือสูญหาย

12. การขอยกเลิกการอนุญาตทำงาน กรณีคนต่างชาติ ผู้ถือวีซ่าทำงานลาออกจากงาน หรือ นายจ้างให้คนต่างชาตินั้นออกจากงาน และ หากมีความประสงค์จะแจ้งให้นายทะเบียนทราบ ให้ยื่นแจ้งตามแบบ ใบแจ้งยกเลิกการอนุญาตทำงาน ภายหลังจากคนต่างชาตินั้นได้ออกจากงานแล้ว โดยไม่มีบทลงโทษหรือกำหนดระยะเวลาการจ้าง

13. การแจ้งการเข้ามาทำงานอันจำเป็นและเร่งด่วน กรณีคนต่างด้าวที่พำนักอาศัยอยู่นอกราชอาณาจักรมีความจำเป็นต้องเดินทางเข้ามาทำงานอันจำเป็นและเร่งด่วน โดยมีระยะเวลาสั้นๆ ไม่เกิน 15 วัน ให้ยื่นตามแบบคำขอที่กำหนดไว้ ทั้งนี้ งานที่เข้ามาทำนั้นต้องมีลักษณะเป็นงานอันจำเป็นและเร่งด่วนถึงขนาด ซึ่งถ้าไม่รีบทำงานดังกล่าวแล้วน่าจะเกิดความเสียหายขึ้นโดยไม่มีกำหนดการณ์ล่วงหน้า และ มีระยะเวลาในการทำงานแล้วเสร็จได้ภายใน 15 วัน และจะไม่มีการต่ออายุให้อีก

วีซ่าทำงาน

14. ในการติดต่อสำหรับการยื่นคำขอนั้น ให้ยื่นได้ที่

  • กรณีในกรุงเทพมหานคร ติดต่อได้ที่ สำนักบริหารแรงงานต่างด้าว ชั้น 2 กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน
  • ในกรณีต่างจังหวัด ติดต่อได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดตามที่สถานประกอบการนั้นๆ ตั้งอยู่

 

ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) คืออะไร

ใบอนุญาตทำงาน

เคยสงสัยกันไหมครับว่า ใบอนุญาตทำงาน (Work Permit) หรือ วีซ่าทำงาน (Work Visa) นั้นคืออะไร มีหน้าที่อย่างไร

ใบอนุญาตทำงาน นั้นจะออกให้แก่ชาวต่างชาติที่เข้ามาในประเทศไทย ที่มีจุดประสงค์เพื่อประกอบธุรกิจ ประกอบกิจการ หรือเข้ามาเป็นลูกจ้าง ในประเทศไทยนั้น จำเป็นต้องยื่นการขอเปลี่ยนแปลงประเภทการลงตราตามกฎหมายของราชอาณาจักรไทย ว่าด้วย ชาวต่างชาติที่เดินทางเขามาในประเทศไทยต้องยื่นขอการเปลี่ยนแปลงประเภทการลงตราเป็น Non-Immigrant visa B หรือ วีซ่าประเภทธุรกิจนั่นเอง และเมื่อทำการเปลี่ยนแปลงเรียบร้อยแล้ว จำเป็นต้องยื่นขอ ใบอนุญาตทำงาน ไม่เช่นนั้นจะไม่สามารถทำงานในราชอาณาจักรไทยได้ และเมื่อชาวต่างชาติได้ทำการขอวีซ่า Non-Immigrant Visa B แล้ว แต่ยังไม่ได้ยื่นขอใบอนุญาตทำงาน ชาวต่างชาตินั้นจะต้องไปยื่นขอ ใบอนุญาติทำงาน ได้ที่ กรมการจัดหางานกระทรวงแรงงาน (Ministry of Labour) ภายในระยะเวลา 90 วัน หลังจากที่ชาวต่างชาติได้เดินทางมาถึงราชอาณาจักรไทยแล้ว ตามกฎหมายที่ให้พำนักอยู่ได้ในราชอาณาจักรได้เป็นการชั่วคราว

หลักเกณฑ์เบื้องต้นในการขอ ใบอนุญาตทำงาน

คุณสมบัติของชาวต่างชาติที่จะขอ ใบอนุญาตทำงาน นั้นแบ่งออกเป็น 4 ข้อดังนี้

1.ชาวต่างชาติที่มีถิ่นที่อยู่ในราชอาณาจักรหรือได้รับอนุญาตให้เขามาในราชอาณาจักรเป็นการชั่วคราวว่าด้วยกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง (Non-Immigrant)นั้น จะต้องมิได่รับอนุญาตให้เขามาในฐานะนักท่องเที่ยว (Tourist) หรือ เดินทางผ่าน (Transit) ซึ่งจะอนุญาตทำงานในครั้งแรก หรือ เมื่อใบอนุญาตเดิมขาดต่ออายุจึงขอใหม่
2.ชาวต่างชาตินั้น จะต้องมีความสามารถในการทำงานที่ขออนุญาตนั้น
3.ชาวต่างชาตินั้นจะต้องไม่เป็นบุคคลวิกลจริตหรือมีจิตฟั้นเฟืองไม่สมประกอบ ไม่เป็นผู้เจ็บป่วยด้วยโรคเรื้อน วัณโรคในระยะสุดท้าย โรคเท้าช้างในระยะปรากฎอาการอันเป็นที่รังเกียจต่อสังคม โรคติดยาเสพติดให้โทษอย่างร้ายแรง โรคพิษสุราเรื้อรัง และ โรคซิฟิลิสในระยะที่ 3
4.ชาวต่างชาตินั้นต้องไม่เคยต้องโทษจำคุกในความผิดตามกฎหมายว่าด้วยคนเข้าเมือง หรือ กฎหมายว่าด้วยการทำงานของคนต่างด้าวภายในระยะเวลา 1 ปี ก่อนวันขอรับใบอนุญาต

ทั้งนี้ นี่เป็นหลักเกณฑ์เบื้องต้นในการขอ ใบอนุญาตทำงาน เท่านั้น ซึ่งรายละเอียดอื่นๆจะมานำเสนออีกครั้งในบทความถัดไป

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า

วีซ่า

ประเทศที่ไม่ต้องขอวีซ่า

จากบทความที่แล้วเพื่อนๆน่าพอเข้าใจแล้วนะครับว่า วีซ่า และ หนังสือเดินทาง คืออะไร ถ้าอธิบายง่ายๆเลยก็คือ หนังสือเดินทาง (Passport) นั้นก็คือบัตรประชาชน และ วีซ่า (Visa) ก็คือบัตรผ่านในการเข้าประเทศนั้นๆ

ในการเดินทางไปในแต่ละประเทศนั้น มักจะมีข้อบังคับ และเงื่อนไขต่างกัน ในการขอเอกสารทำวีซ่า แต่ก็มีบางประเทศได้ทำข้อตกลงกับประเทศไทยไว้ ว่าได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอวีซ่า หรือในบางประเทศนั้นได้ทำการตกลงกันไว้โดยไม่ต้องขอ วีซ่า ระหว่างกันก็ได้ หรือ อาจมีกรณียกเว้นไว้ โดยสามารถอนุญาตให้กับคนบางสัญชาติเท่านั้นที่สามารถเดินทางเข้าประเทศได้ โดยไม่ต้องขอวีซ่าก็ได้ เช่น ประเทศไทย เราก็ยกเว้นให้แก่สัญชาติที่มีความเจริญ รวมถึงมีฐานะดี เพื่อเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศ ในระยะเวลาสั้นๆคือ 30 วัน ซึ่งทั้งนี้ ประเทศไหนที่ประเทศไทยให้การยกเว้นไม่ต้องขอวีซ่า คนไทยที่จะไปประเทศนั้น ก็ไม่ต้องขอวีซ่า เช่นเดียวกัน ซึ่งมีหลายประเทศที่รัฐบาลไทยได้ไปทำข้อตกลงไว้ ซึ่งประเทศเหล่านี้ คนไทยสามารถเข้าไปได้โดยไม่ต้องขอวีซ่า คือ

วีซ่า

ไม่ต้องทำวีซ่าหากไปไม่เกิน 180 วัน คือ

  1. ปานามา (Panama)

ไม่ต้องทำวีซ่าหากไปไม่เกิน 90 วัน คือ

  1. เกาหลีใต้ (South Korea)
  2. จอร์เจีย (Georgia)
  3. อาร์เจนตินา (Argentina)
  4. บราซิล (Brazil)
  5. ชีลี (Chile)
  6. เปรู (Peru)
  7. เอกวาดอร์ (Ecuador)
  8. วานูอาตู (Vanuatu)

ไม่ต้องทำวีซ่าหากไปไม่เกิน 30 วัน คือ

  1. สิงคโปร์ (Singapore)
  2. มาเลเซีย (Malaysia)
  3. สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว (Lao People’s Democratic Republic-Laos)
  4. เวียดนาม (Vietnam)
  5. อินโดนีเซีย (Indonesia)
  6. ฟิลิปปินส์ (The Philippines)
  7. ฮ่องกง (Hong Kong)
  8. มาเก๊า (Macau)
  9. มองโกเลีย (Mongolia)
  10. มัลดิฟส์ (The Maldives)
  11. เซเชลส์ (Seychelles)
  12. รัสเซีย (Russia)
  13. แอฟริกาใต้ (South Africa)
  14. ตุรกี (Turkey)

ไม่ต้องทำวีซ่าหากไปไม่เกิน 15 วัน คือ

  1. ญี่ปุ่น (Japan)

ไม่ต้องทำวีซ่าหากไปไม่เกิน 14 วัน

  1. พม่า (Republic of the Union of Myanmar)
  2. กัมพูชา (Cambodia)
  3. บรูไน (Brunei)
  4. บาห์เรน (Bahrian)

วีซ่า คืออะไร

วีซ่า

เคยสงสัยไหมครับ ว่าเวลาเราไปเที่ยว หรือต่างชาติเข้ามาเที่ยวในบ้าน ทำไมจะต้องทำ วีซ่า (Visa) และวีซ่า กับ หนังสือเดินทาง (Passport)นั้นต่างกันอย่างไร

 

หนังสือเดินทาง (Passport) นั้นคือหนังสือเดินทางที่จะออกให้แก่ประชาชน หรือ เจ้าหน้าที่รัฐ เพื่อการเดินทางไปต่างประเทศ ซึ่งหนังสือเดินทางที่มีหน้าปกสีแดงเลือดหมูนั้น จะออกให้แก่บุคคลธรรมดา ซึ่งสามารถใช้งานได้หลากหลาย เช่น ท่องเที่ยว เยี่ยมญาติ ไปธุรกิจในต่างประเทศ หรือ ไปเรียนหนังสือที่ต่างประเทศ เป็นต้น

หนังสือเดินทางของแรงงานต่างด้าว (Foreigner Passport)นั้น เป็นเอกสารที่ใช้แสดงตัวตนของชาวต่างชาติหรือแรงงานต่างด้าวที่เข้ามาทำงานในประเทศไทย ซึ่งทำหน้าที่เหมือนบัตรประชาชนของต่างชาติ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเข้ามาทำงานในไทย ตามที่ประเทศต้นทางได้ทำข้อตกลงกับประเทศไทยไว้ ทั้งนี้เพื่อใช้เป็นเอกสารในการรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ เพื่อทำการตรวจสอบ และที่สำคัญเป็นเอกสารสำหรับใช้ทำสัญญาจ้างงานกับนายจ้างที่เมืองไทย และ ต้องขอใบอนุญาติทำงาน (วีซ่าทำงาน) และจะต้องรายงานตัวทุกๆ 90 วันอีกด้วย

 

วีซ่า (Visa) นั้นหมายถึง หลักฐานในการอนุญาตในการเข้าประเทศที่เป็นรอยตราประทับหรือที่เป็นแผ่นกระดาษสติ๊กเกอร์ที่ติดอยู่ในหนังสือเดินทาง(Passport) ในการขอวีซ่านั้นทั่วโลกจะใช้หลักการเดียวกัน คือ การเดินทางระหว่างประเทศนั้น จะต้องมีการขอ วีซ่า ของประเทศนั้นๆเสียก่อน แต่อย่างไรก็ตามก็ยังมีข้อยกเว้นสำหรับบางประเทศซึ่งได้ทำความตกลงกัน โดยยกเว้นไม่ต้องขอ วีซ่า ก็ได้ เช่น การยกเว้นวีซ่าเข้าประเทศญี่ปุ่น ของคนไทยที่บังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2556 เป็นต้นไป

วีซ่า + หนังสือเดินทาง

 

หนังสือเดินทาง (Passport) สำหรับในประเทศไทย จะแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ

  1. หนังสือเดินทางธรรมดา (สีแดงเลือดหมู) ออกให้สำหรับประชาชนทั่วไป มีอายุไม่เกิน 5 ปี
  2. หนังสือเดินทางราชการ (สีน้ำเงินเข้ม) ออกให้สำหรับเจ้าหน้าที่รัฐที่เดินทางไปต่างประเทศ เพื่องานในราชการเท่านั้น ไม่สามารถใช้เดินทางส่วนตัวได้ มีอายุไม่เกิน 5 ปี
  3. หนังสือเดินทางทูต (สีแดงสด)
  4. หนังสือเดินทางชั่วคราว (สีเขียว)

วีซ่า (Visa) สำหรับในประเทศไทย จะแบ่งออกเป็น 6 ประเภทคือ

  1. ประเภทคนเดินทางผ่านราชอาณาจักร
  2. ประเภทนักท่องเที่ยว
  3. ประเภทคนอยู่ชั่วคราว
  4. ประเภททูต
  5. ประเภทราชการ
  6. ประเภทอัธยาศัยไมตรี

เป็นอย่างไรบ้างครับ พอจะเข้าใจแล้วนะครับว่า วีซ่า (Visa) คืออะไร หนังสือเดินทาง(Passport)คืออะไร และทั้ง2มีความแตกต่างอย่างไร ในบทหน้าผมจะมาอธิบายเพิ่มเติมว่าประเทศใดบ้างได้รับการยกเว้นไม่ต้องขอ วีซ่า